• Facebook - Icon
  • Instagram - Icon
  • Twitter - Icon
  • Line - Icon
  • YouTube - Icon

พบกับเราได้ที่

Copyright © 2019 HiPRO. All rights reserved.

สำนักงานใหญ่

 

บริษัท พลาธิป อินดัสทรี จำกัด

899/70 ม.21 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี : 0105560131813

 

เวลาทำการ : 08:30น. - 17:30น.

ติดต่อ

 

ประชาสัมพันธ์ : 02-130-7631

บัญชี : 02-130-7632

ฝ่ายขาย : 064-109-4433

 

E-Mail : hiprodrink@gmail.com

เคล็ดลับ : หยุดพักยังไงให้งานเดิน

24-Mar-2018

เคยนั่งปั่นงานทั้งวันจนสมองตื้อ นึกอะไรไม่ออก หรือแย่กว่านั้นอาจถึงขึ้นเกิดอาการเหนื่อยล้าจนหมดไฟขึ้นมาซะดื้อๆ บ้างหรือเปล่า?

เข้าใจดีว่าทุกคนต่างก็ต้องการทำงานออกมาให้ดีที่สุดและทำงานในแต่ละวันให้ได้มากที่สุด แต่บางครั้งการจดจ่ออยู่กับอะไรมากๆก็เป็นสาเหตุของอาการอ่อนเพลีย ซึ่งทำให้เราทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน คุณอาจสังเกตว่าเพื่อนร่วมงานบางคนที่ดูเหมือนจะลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อย บางครั้งก็เดินเล่น หรือแว้บไปชงกาแฟบ่อยๆ แต่ทำไมคนพวกนี้กลับทำงานออกมาได้ขั้นเทพ แถมงานก็เสร็จก่อนคุณซะอีก จนทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเขาจะมีพลังพิเศษอะไรแฝงในตัวเหมือนซุปเปอร์ฮีโร่รึเปล่า?!

เราต้องบอกว่า จริงๆ แล้ว ‘ไม่ใช่’ เพียงแค่พวกเขามีเคล็ดลับการทำงานดีๆ ที่ไม่ได้บอกคุณเท่านั้นเอง และเคล็ดลับที่เราพูดถึงก็คือ การหยุดพักระหว่างทำงาน

การใช้เวลาหยุดพักผ่อนระหว่างทำงาน ไม่ได้แปลว่าคุณกำลังแอบอู้เสมอไป แต่มันหมายถึงการบริหารเวลาควบคู่ไปกับการจัดตารางให้ร่างกายได้พักและฟื้นฟู เพื่อให้กลับเริ่มทำงานอีกครั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นต่างหาก

 

มาดูกันว่าการหยุดพักระหว่างทำงานช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการทำงานได้อย่างไร

หลายคนอาจไม่เข้าใจว่า การพักเบรกเป็นเวลาสั้นๆระหว่างทำงานจะช่วยให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ยังไง หรือการหลบไปพักจะไม่ทำให้งานเสร็จช้าลงไปอีกเหรอ?

คำตอบคือ ตรงกันข้าม

เพราะการที่คุณถอนจุดโฟกัสและความกดดันต่างๆออกมาจากงานที่ทำอยู่สักพักจะทำให้คุณมีเวลาเคลียร์ความคิดและปัญหาติดขัดต่างๆ หลังจากนั้นเมื่อคุณหันกลับมาทำงานต่อ
คุณจะกลับมาในสภาพที่สมองปลอดโปร่งขึ้น ทำให้สามารถคิดและต่อยอดไอเดียใหม่ๆ
ได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นยังไงล่ะ

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้มีนักวิจัยใช้แอพพลิเคชั่น DeskTime

ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่ทำหน้าที่ในการจับเวลาเพื่อเปรียบเทียบกับพฤติกรรมการ ทำงานของกลุ่มพนักงานที่ทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด แล้วเข้ามาเก็บข้อมูลและนำสถิติที่ได้ไปศึกษา ผลปรากฏว่ากลุ่มพนักงานที่ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือกลุ่มที่มักจะใช้เวลาทำงานต่อเนื่องประมาณ 52 นาที แล้วหยุดพัก 17 นาที แล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ

โดยระหว่างที่พักนั้นพวกเขาสามารถเลือกที่จะทำกิจกรรมอื่นๆ อะไรก็ได้ยกเว้นเรื่องงาน และไม่ต้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือจอมือถือตลอดเวลา ซึ่งผลการศึกษานี้ก็ไปสอดคล้องกับวิธีเบรกการทำงานเป็นช่วงๆ อย่างเทคนิค Pomodoro ที่แนะนำว่าให้แบ่งเวลาทำงานออกเป็นช่วงๆ ช่วงละ 25 นาที จากนั้นก็พักจากงาน 5 นาที แล้วค่อยมาทำงานต่ออีก 25 นาที วนไป เมื่อพักครั้งละ 5 นาทีครบ 4 รอบแล้ว รอบต่อไปก็ปล่อยให้พักนานขึ้นเป็น 15- 20 นาที แล้วค่อยกลับมาวนรอบ 25 นาที

พัก 5 นาทีเหมือนเดิม ซึ่งต้องบอกว่าเทคนิคนี้คนส่วนใหญ่ที่ทดลองนำไปใช้บอกว่าได้ผลจริง ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นจริง

นอกเหนือจากการทำงานได้ดีขึ้นและรวดเร็วขึ้น การพักบ่อยๆก็ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของเราด้วยเช่นกัน มาดูกันว่ามันช่วยให้สุขภาพร่างกายเราดีขึ้นยังไงบ้าง

 

ลดความเครียด

การได้เคลียร์ความกดดันออกไปก่อนนั้นจะทำให้คุณกลับมาทำงานได้ดีขึ้น เพราะการปล่อยให้สมองได้พัก ได้รีเซ็ตความคิด แม้จะเป็นเวลาสั้นๆ ก็ตามจะช่วยให้สมองเกิดการผ่อนคลาย เช่นเดียวกับกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆที่จะลดความตึงเครียดลงไปได้ จึงทำให้การกลับมาลุยงานต่อในรอบต่อไปคุณจะสามารถลุยต่อได้ดีขึ้นตามไปด้วย

ลดความเสี่ยงจาก Office Syndrome

คอและหลังนับเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ สำหรับการทำงาน โดยเฉพาะชาวออฟฟิศหรือคนที่ต้องนั่งทำงานบนโต๊ะเป็นเวลานานมักจะประสบกับปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับหลัง กระดูก หรือคอ เช่น กระดูกทับเส้น ปวดคอเรื้อรัง หรือแม้กระทั่งอาการหลายๆอย่างที่บ่งบอกว่าคุณกำลังประสบกับอาการออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ดังนั้นการได้ลุกไปพัก เข้าห้องน้ำ ไปดื่มน้ำ ดื่มกาแฟ หรือได้สนทนากับเพื่อนร่วมงานเป็นเวลาสั้นๆ จึงช่วยให้คุณลดความเสี่ยงจากอาการเจ็บป่วยทางร่างกายไปได้มาก

พักสายตา

การนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานๆ ทำให้ดวงตาของคุณเกิดความเมื่อยล้า แถมยังทำให้ดวงตาแห้งง่ายเพราะสัมผัสกับอากาศมากกว่าปกติ เพราะเมื่อคุณจ้องจอคอมยาวๆคุณก็จะเปิดเปลือกตานานขึ้นและกระพริบตาน้อยลงนั่นเอง ดังนั้น ทุกๆ 15 นาทีคุณควรจะหันหน้าออกจากหน้าจอหรือมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างน้อยสัก หนึ่งนาที เพื่อให้กล้ามเนื้อหาได้ผ่อนคลายบ้าง นอกจากนี้ การกระพริบตาถี่ๆเพียงไม่กี่วินาทีก็ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับดวงตาได้ แถมยังเป็นการเคลียร์ฝุ่นออกจากดวงตาไปด้วย

ยืดเส้นยืดสาย

การได้ลุกขึ้นเดินหรือขยับเขยื้อนร่างกายบ่อยๆ ช่วยให้ร่างกายลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อลงไปได้มาก ซึ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อและส่วนอื่นๆ ของร่างกายผ่อนคลายมากขึ้นไปด้วย จะได้ไม่ต้องเสี่ยงไปกับโรคกระดูกหรือกล้ามเนื้ออักเสบที่มีแต่จะทำให้คุณเสียสุขภาพ เสียเงิน และเสียเวลาอันมีค่าไปอีก

มีเวลาไปเติมความสดชื่นให้ร่างกาย

การเติมความสดชื่นให้ร่างกายด้วยน้ำดื่มหรือเครื่องดื่มเย็นๆ สามารถเติมพลังให้คุณได้มากโข
หรืออาจจะมองหาผลไม้สดที่อุดมไปด้วยวิตามินซีก็จะทำให้คุณสดชื่นกระปรี้กระเปร่าพร้อมที่จะทำงานไปได้ตลอดทั้งวัน

เป็นยังไงกันบ้างกับเคล็ดลับการเพิ่มประสิทธิภาพที่เรานำมาฝากเรียกได้ว่าดีต่องานและดีต่อสุขภาพไปพร้อมๆกัน

แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น อย่าลืมดื่ม HiPRO เติมพลังระหว่างวันกันด้วยล่ะ เพราะเครื่องดื่ม HiPRO อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของร่างกาย ทั้งวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 6 พร้อมสารสกัดจากกระชายดำและน้ำผึ้งเดือนห้า ที่จะทำให้คุณพร้อมกลับมาลุยงานต่อได้แบบเต็ม 100 ทุกวันเลยทีเดียว

 

 

 

Share on Facebook
Share on Twitter